อะไรทำให้เบงกอลดูคล้ายเสือดาวหิมะ? สีนี้มาจากไหน?

นี่เป็นข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับ “สีสโนว์” และพันธุกรรมของมัน

การเกิดสีแต่ละสีบนแมวเบงกอลนั้นเกิดขึ้นในรูปแบบที่ต่างกัน ดังนั้นไม่ต้องพยายามคาดเดาคำตอบนี้กับสีต่างๆเพราะอาจเป็นคำตอบที่ผิด แต่วันนี้พวกเราจะมาอธิบายแค่เฉพาะสีสโนว์ (Snow colour) ก่อน

สีสโนว์ หรือสีขาวโพลน เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายจากทางแมวบ้านสยามมีส หรือแมวบ้านพันธุ์ไทย และพันธุ์พม่า อย่างไรก็ตาม สีเหล่านี้ได้รับการยอมรับให้เป็นสีจดทะเบียนเพื่อให้ผู้เพาะพันธุ์สามารถผลิตลอกเลียนสีที่ละม้ายคล้ายตลึงกับเสือดาวหิมะได้ แม้ว่านักเพาะพันธุ์หลายคนจะสามารถเดาว่าจะเกิดสีสโนว์หรือไม่ได้ก็ตาม แต่วิธีที่แม่นยำที่สุดในการระบุสีคือการตรวจสีจากพันธุกรรม

โดยสีสโนว์มาจากยีนด้อยที่เรียกว่า “lynxpoint” หรือ “colorpoint” (CS) เนื่องจากเมื่อพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์แมวมียีนชนิดนี้ที่ตรงกัน ก็จะสามารถให้กำเนิดแมวป่าหิมะเบงกอล (CS/CS)

นอกจากนี้ ยีนชนิดนี้ยังมีความแตกต่างจากสี “Snow Sepia” ซึ่งมาจากยีน Burmese/sepia (CB) เพราะแม้ว่ายีนสโนว์ซีเปียจะเป็นยีนด้อยก็ตาม แต่พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์แมวก็จะต้องมียีนชนิดนี้ที่ตรงกัน 2 ชุดจึงจะแสดงลักษณะสี (CB/CB) ออกมาได้นั่นเอง

สุดท้ายคือ สี Snow Mink โดยสีนี้เป็นการผสมของสองสีด้านบน ซึ่งหมายความว่าแมวเบงกอลที่มีสี Snow Mink ก็จะต้องมีสำเนาของยีน lynxpoint และยีนซีเปีย (CS/CB หรือ CB/CS) รวมกันนั่นเอง

ยีนด้อยทำงานอย่างไร และสิ่งนี้ส่งผลต่อสีของแมวอย่างไร?

บางครั้ง การผสมพันธุ์เบงกอลสีน้ำตาล 2 ตัว อาจให้กำเนิดลูกแมวเบงกอลสีสโนว์ได้ในครอกนั้นๆ สิ่งนี้เป็นไปได้อย่างไร? คำตอบก็คือ เกิดจากยีนด้อยที่พ่อแม่เป็นพาหะของยีนสโนว์ (C/CS) แม้พ่อแม่จะไม่มียีน 2 ชุดก็ตาม โดยพาหะคือการมียีนอยู่ แต่ยีนนั้นไม่แสดงลักษณะออกมา ดังนั้น แม้ว่าพ่อแม่จะมีสีที่ไม่เหมือนหิมะ ซึ่งจากการมียีนเพียงชุดเดียว สีสโนว์จะไม่ปรากฏแต่สามารถส่งต่อไปยังลูกแมวได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมสายเลือดจึงมีความสำคัญมากเช่นกัน เนื่องจากเราสามารถรู้สีของบรรพบุรุษของแมวของเราเมื่อ 5 รุ่นก่อน และเราสามารถติดตามยีนต่างๆ ต่อไปได้มากมาย โดยไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบทางพันธุกรรม

เรามาลองดูภาพเหล่านี้เพื่อที่เราจะได้เข้าใจเกี่ยวกับพันธุกรรมมากขึ้นอีกหน่อย