ประวัติแมวเบงกอล

สายพันธุ์เบงกอลเริ่มต้นจากการผสมระหว่างแมวดาวเอเชีย (ALC) กับแมวบ้าน Jean Mill จากแคลิฟอร์เนียเป็นผู้เพาะพันธุ์ที่ตัดสินใจสร้างแมวบ้านที่มีขนเหมือนแมวป่า ในปี 2526 สายพันธุ์นี้ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากสมาคมแมวนานาชาติ (TICA) เบงกอลได้ขึ้นตำแหน่งแชมป์เปี้ยนในปี 2534

แมวเบงกอลเป็นหนึ่งในสายพันธุ์แมวที่น่าสนใจที่สุดในโลกในประเทศปัจจุบัน เป็นแมวบ้านขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวดาวเอเชียกับแมวบ้านโดยพยายามสร้างให้มีลักษณะ ” ว้าว ชวนสะกด” ของแมวป่าแต่ยังคงไว้ซึ่งนิสัยแบบแมวบ้าน

ต้นกำเนิด

ลูกผสมตัวแรกของแมวดาวเอเชียกับแมวบ้านเรียกว่า F1 (Filial 1) ลูกผสมตัวที่สองระหว่าง F1 กับแมวบ้านคือ 2G (รุ่นที่ 2) และลูกผสมตัวที่สามเป็น 3G (รุ่นที่ 3) ลูกผสมสามตัวแรกนี้เรียกว่าแมวรุ่นแรกหรือเบงกอลรุ่นแรกๆ โดยทั่วไปแล้วแมวเพศผู้จะเป็นหมันและมีเพียงเพศเมียเท่านั้นที่ถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ต่อไป หลังจากการข้ามครั้งที่ 4 แมวเหล่านี้ได้รับการพิจารณาว่าเป็นแมวเบงกอล หรือ SBT แล้ว และสามารถมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในรายการเช่นเดียวกับแมวสายพันธุ์อื่นๆ

แมวดาว

บรรพบุรุษ

ในประเทศไทยเรามีแมวเสือดาวเอเชีย (Prionailurus bengalensis) ในป่า และพวกมันแพร่หลายไปทั่วเอเชียใต้ ตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออก พวกมันเป็นสัตว์ที่ขี้อายมากและค่อนข้างยากที่จะพบเห็นในถิ่นที่อยู่ของมัน ขนาดของมันใกล้เคียงกับขนาดของแมวบ้านมาก พวกมันมีลายที่สวยงาม ขนเรียบเงางาม และดวงตาที่โต ใหญ่ สำหรับออกหากินในเวลากลางคืน ราวกับกับเสือดาวตัวจิ๋ว

Asian Leopard cats in the wild

แมวดาวในธรรมชาติ

เอกลักษณ์ของแมวเบงกอล

แมวสายพันธุ์เบงกอล

เบงกอลเป็นแมวสายพันธุ์ชนิดเดียวที่มีลวดลายไหลในแนวนอนและสามารถมีลวดลายหลากหลายได้เหมือนกับแมวป่าขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในป่า เสือดาว แมวออนซิลลา แมวป่า มาร์เก หรือเสือจากัวร์

และยังมีรูปแบบที่ได้การยอมรับในสายพันธุ์นี้ คือเบงกอลลายหินอ่อน (มาร์เบิ้ล) ลายหินอ่อนถูกสร้างขึ้นจากการผสมผสานระหว่างลายแมวแทบบี้ของแมวบ้าน (classic tabby pattern) ที่ใช้ในการสร้างสายพันธุ์และยีนแมวดาวเอเชีย เบงกอลลายหินอ่อนมีรูปแบบที่สุ่มมากด้วยการหมุนวนและการไหลในแนวนอน คล้ายกับหินอ่อน ซึ่งไม่มีในแมวบ้านหรือสายพันธุ์อื่นๆ

แมวเบงกอล มีกี่สี

สีน้ำตาล

สีสโนว์

สีซิลเวอร์

สีน้ำตาล

เบงกอลสีน้ำตาลนั้นมีความหมายตามสีของบรรพบุรุษแมวดาว และมีหลากหลายของเฉดสีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลทอง และสีน้ำตาลแดง/หรือน้ำตาลส้ม

แมวเบงกอลสีน้ำตาลเป็นแรงบันดาลใจของเราและเป็นสีที่เราเน้นที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ สามารถเป็นได้หลากหลายเฉดสีน้ำตาลไปจนถึงดำ และความเข้มของสีดำที่ตัดกับสีน้ำตาล ทำให้แมวเบงกอลมองเหมือนเป็นแมวป่า

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งลักษณะเด่น สำหรับแมว เบงกอลสีน้ำตาล ความแตกต่างระหว่างสีของลำตัว กับหน้าท้อง  (การแสดงออกของสีด้านบนที่มีสีเข้มกว่าสีด้านล่างของใต้ท้องเป็นสีอ่อนถึงขาว) หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าท้องขาว เป็นลักษณะที่ส่งต่อมาจากแมวดาวเท่านั้น เป็นลักษณะที่ทำยากมาก กว่าจะรู้ผลลัพธ์ได้ อาจใช้เวลามากกว่า 1 ปี หรือมากกว่านั้นด้วยซ้ำที่จะรู้ว่าเบงกอลตัวนั้นๆจะเก็บสีหน้าท้องที่ขาวไว้หรือไม่

เบงกอลที่มีโทนสีน้ำตาลที่แตกต่างกัน

แมวเบงกอลด้วยสีหน้าท้องขาวและหน้าท้องของแมวดาว

สีสโนว์

แมวเบงกอลสีสโนว์ ได้รับการพัฒนาผ่านแมวไทยสยามมิส (วิเชียรมาศ) และแมวพม่าเบอร์มีส เบงกอล’สีสโนว์’มีเฉดสีสามรูปแบบ: สโนว์ลิงค์ สโนว์มิงค์ และสโนว์ซีเปีย แมวเบงกอลสีสโนว์ทำให้เรานึกถึงเสือดาวหิมะ อีกทั้งยังคงหลีกเลี่ยงลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ เช่นไม่มีจมูกและหางสีดำที่เหมือนแมววิเชียรมาศ

ลูกแมวเบงกอลสีสโนว์ลิงค์ ตอนแรกเกิดจะมีสีขาวล้วนแทบมองไม่เห็นลวดลาย ซึ่งเราจะเริ่มเห็นลวดลายชัดเจนขึ้นตามพัฒนาการของแมว ส่วนแมวเบงกอลสีสโนว์มิงค์และสีสโนว์ซีเปีย จะมีโทนสีที่เข้มกว่าสีสโนว์ลิงค์

เบงกอลสโนว์ลิงค์เท่านั้น มีดวงตาสีฟ้าที่สวยงามมาก!

แมวเบงกอลสีสโนว์ลิงค์ และเสือดาวหิมะตัวน้อยในป่า

สีซิลเวอร์

เบงกอลสีซิลเวอร์ มีพื้นหลังสีขาวหรือสีเงิน ที่มีลายสีเข้มถึงสีดำ แมวเบงกอลสีซิลเวอร์สามารถมมีได้หลายเฉดเช่นกัน สีหรือเอฟเฟกต์นี้มาจากยีนที่ยับยั้งการแสดงสีอื่นๆ เบงกอลสีอื่น(เช่นสีสโนว์)สามารถเป็นสีซิลเวอร์ได้ เพราะสิ่งที่ยีนยับยั้ง คือการไม่แสดงออกของเม็ดสีของขน เช่น สีเหลือง สีน้ำตาล หรือสีแดง ทำให้เกิดแมวสีซิลเวอร์ เบงกอลสีซิลเวอร์โดยทั่วไปคือ แมวเบงกอลสีน้ำตาลที่มียีนยับยั้ง แต่สามารถเจอซิลเวอร์ได้ในแมวเบงกอลสีอื่นๆ เช่นเบงกอลสีซิลเวอร์สโนว์ที่มีโทนที่อ่อนกว่าสีสโนว์ปรกติ

ช่วงขนปุยปกคลุม

ลูกแมวเบงกอลหลายตัวผ่านระยะที่เราเรียกว่าระยะ ‘ฟัซซี่’ ช่วง “ขนปุย” เป็นช่วงพรางตัวเหมือนลูกแมวป่า เมื่ออายุประมาณ 3 สัปดาห์ ธรรมชาติจะซ่อนลายลูกแมวเบงกอลด้วยขนปลายแหลมสีขาวที่เราเรียกว่าขนปุย โดยปกติแล้วอายุระหว่างสี่เดือนถึงเก้าเดือนจะมีสีและขนโตเต็มวัย ในขั้นตอนนี้มักจะเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึงความสวยงามของสีจริงของแมวว่าจะมีพัฒนาการอย่างไร ด้วยประสบการณ์ของเราและการดูพัฒนาการของลูกแมวแต่ละครอกที่ผ่านมา ทำให้เราสามารถรู้และเข้าใจการพัฒนาของแต่ละตัวได้อย่างแม่นยำ

ช่วงระยะขนปุยของลูกแมวเบงกอล และลูกแมวดาว

ขนของ Bangkokcats Duma ที่เห็นกลิตเตอร์อย่างชัดเจน

กลิตเตอร์

ไม่ใช่เบงกอลทุกตัวที่มีกลิตเตอร์ แต่เมื่อแสดงจะมีลักษณะเป็นเกล็ดสีทองหรือสีเงินระยิบระยับ และบางครั้งก็เป็นทองแดงหรือทองคำขาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแมวที่มีขนสั้นและขนที่นุ่ม เวลาที่แสงจะส่องเข้ามากระทบแมวและทำให้ขนแมวมีแสงระยิบระยับขึ้นมา

เมื่อมีการประกวดแมวเบงกอลเป็นครั้งแรก กรรมการบางคนพยายามใช้ผ้าเช็ดกากเพชรออก เพราะพวกเขาเชื่อว่ามันเป็นของเทียมหรือเทคนิคของผู้เข้าประกวดที่เชี่ยวชาญบางคนนำไปใช้กับแมวเพื่อทำให้แมวโดดเด่น!

ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ กากเพชรจะปรากฏเป็น “ช่องอากาศกลวง” ล้อมรอบสีขน บางครั้งอธิบายว่าเป็นฟองอากาศ ลักษณะคล้ายๆเหมือนคริสตัล

กลิตเตอร์ไม่ได้มาจากแมวดาวเอเชียเป็นลักษณะที่ไม่ได้มาจากแมวป่า แต่เชื่อกันว่ามาจากแมวลายจุดที่ใช้ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาสายพันธุ์ที่ชื่อ ‘Millwood Tori of Delhi’

เช่นเดียวกับยีนแมว เบงกอลสโนว์ หรือแมว เบงกอล ลายหินอ่อน ในตอนแรกกลิตเตอร์สรุปได้ว่าเป็นยีนด้อย แต่หลักฐานล่าสุดดูเหมือนจะชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่กลิตเตอร์เป็นยีนสะสม

การถ่ายภาพกลิตเตอร์ในภาพถ่ายเป็นเรื่องยากมาก!